บทความ “นมแม่ ... จุดเริ่มต้นสำคัญของการพัฒนาลูกรัก”
เขียนโดย แพทย์หญิงสุวิมล ชีวมงคล ในนามกลุ่มนมแม่
รวบรวมจาก ความรู้ที่ได้จากประสบการณ์การทำงานกับของกลุ่มนมแม่
15 มิถุนายน 2548
การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ไม่ใช่เพียงแค่เป็นอาหารสำคัญที่ช่วยให้ลูกเติบโต ลดโอกาสการไม่สบาย
ลดโอกาสการเป็นโรคภูมิแพ้ และช่วยให้สมองลูกแข็งแรง ซึ่งนมผสมไม่สามารถให้คุณค่าได้เท่านมแม่เท่านั้น
แต่การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เป็นกระบวนการพัฒนาสมอง และ ส่งเสริมพัฒนาการลูกรัก ที่วิเศษสุด เพราะ กระบวนการโอบอุ้มและโต้ตอบ ระหว่างแม่และลูก ขณะลูกดูดนมจากอกแม่ จะปูพื้นฐานสำคัญของกระบวนการเรียนรู้และตอบสนองต่อสิ่งเร้าอย่างเหมาะสม ในเด็ก
อย่างไรก็ตาม การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะได้ผลสูงสุดคือ ให้เด็กกินนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน หลังจากนั้นจึงให้นมแม่ร่วมกับน้ำและอาหารอื่นที่เหมาะกับวัยจนกระทั่งลูกอายุ 2 ปี หรือนานกว่านั้น
ปัญหาสำคัญที่ทำให้แม่ไม่สามารถให้นมแม่ได้คือแม่มีน้ำนมไม่พอ และ แม่คิดว่าลูกกินนมแม่ไม่อิ่ม
เคล็ดลับของความสำเร็จของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อยู่ที่ ดูดเร็ว ดูดบ่อย ดูดถูกวิธี
· ลูกต้องได้ดูดนมแม่จากอกแม่ครั้งแรกเร็ว ใน 1/2 ชั่วโมงแรกหลังคลอด เพื่อให้ลูกคงสัญชาตญาณของการกินนมแม่และช่วยให้น้ำนมแม่ออกมาเร็ว
· ลูกต้องได้ดูดนมแม่จากอกแม่บ่อยๆทุก 2-3 ชั่วโมง เพื่อให้นมแม่ผลิตออกมาได้มากพอ
· ลูกต้องได้ดูดนมแม่จากอกแม่อย่างถูกวิธีคือปากลูกงับหัวนมแม่ให้ถึงลานนม เพื่อให้ลูกสามารถใช้ลิ้นรีดน้ำนมออกมาจากเต้านมแม่ได้ดี และจะช่วยให้ลูกอิ่ม
สิ่งสำคัญ
· แม่ต้องตั้งใจเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
· แม่ต้องเชื่อมั่นว่าแม่ทุกคนมีน้ำนมมากพอให้ลูกกินตั้งแต่แรกเกิด
· แม่ต้องอดทนต่อการให้ลูกดูดนมแม่จากอกแม่บ่อยๆ โดยไม่ให้ลูกกินนมผสม หรือ น้ำ แม้จะไม่มีน้ำนมแม่ให้เห็นในระยะ 3-4 วันแรกหลังคลอด ทั้งนี้เพราะเด็กปกติทุกคน ต้องการนมเพียงมื้อละ 1-2 ช้อนชา (5-10 ซีซี) เท่านั้น ซึ่งแม่ที่ให้ลูกดูดนมแม่ น้ำนมแม่จะสร้างออกมาเท่าที่ลูกต้องการและไหลเข้าปากลูกหมดจึงทำให้ไม่มีน้ำนมแม่เหลือและไหลออกมาให้เห็น
· แม่ต้องดื่มน้ำมากๆ กินอาหารให้ครบทุกหมู่ และ พักผ่อนให้พอ เพื่อให้คงการผลิตน้ำนมได้นาน
· ทุกคนในครอบครัวต้องเป็นกำลังใจให้แม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่
· ความเครียดของแม่ จะทำให้น้ำนมแม่ผลิตออกมาน้อย และ เป็นอุปสรรคสำคัญของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
· อย่าไหวหวั่นกับเสียงรอบข้างที่แนะนำให้ลูกกินน้ำร่วมกับนมแม่ เพราะ ในน้ำนมแม่มีน้ำอยู่แล้วค่อนข้างมาก หากให้ลูกกินน้ำก่อนลูกอายุ 6 เดือน ลูกจะได้รับนมแม่ไม่พอ และ น้ำจะไปล้างสารฆ่าเชื้อในนมแม่ที่ช่วยให้ลูกแข็งแรงไม่เป็นโรคที่เคลือบปากลูกไว้
· ปริมาณน้ำนมแม่ และ สารอาหารในน้ำนมแม่จะเปลี่ยนแปลงตามอายุลูก ดังนั้น น้ำนมแม่ของแม่แต่ละคนจึงเหมาะกับลูกของตนเองมากที่สุด
วันพุธที่ ๒๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น